Home Huangjui
ข่าวอบรมฮวงจุ้ย
การดูแปลน ผัง บ้านตามฮวงจุ้ย
ตั้งชื่อดี เพื่อสิริมงคลกับชีวิต
วีดิโอ คัมภีร์ฮวงจุ้ย
เลือกบ้านตามปีนักษัตร
สินค้าแก้ฮวงจุ้ย
หนังสือฮวงจุ้ยขายดี
ประวัติ อ.คลังจินดา คลังเงินตรา
ประวัติ อ.ธีรชาติ คลังเงินตรา
ประวัติ อ.อัปสร คลังเงินตรา
ฮวงจุ้ย คู่ คุณธรรม
บทความเกี่ยวกับฮวงจุ้ย
เหนือฟ้า ใต้ บาดาล (ก้อง กังฟู)
รวมรูปอาจารย์
สมัครสมาชิก
แผ่นที่สำนักงาน
ติดต่อ-สอบถาม
ประวัติ อ.อัปสร คลังเงินตรา

   ข้าพเจ้าเป็นลูกคนกลาง  ของครอบครัวคลังเงินตรา  เดิมที่ข้าพเจ้าชื่อ ทิพย์สุรางค์  คงปิติ  บิดาของข้าพเจ้าเป็นโหราจารย์ท่านศึกษาเกี่ยวกับฮวงจุ้ย และโหราศาสตร์ในด้านต่าง  ๆ ต่อมาภายหลังท่านตรวจดูชื่อของข้าพเจ้า  ปรากฎว่าเป็นชื่อที่มีอักษรกาลกิณี ท่านจึงได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลให้ข้าพเจ้าว่า "อัปสร  คลังเงินตรา"

ในชั้นประถมศึกษาอยู่โรงเรียนการัญศึกษาแล้วมาต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนสตรีนนบุรี ชีวิตของข้าพเจ้าคิดว่ายังไงข้าพเจ้าต้องจบปริญญาตรีแน่นอน แต่พอมาถึงชั้น ม. 5 เทอม 1 ช่วงนั้นเริ่มเรียนไม่ทันเพื่อน  อีกทั้งก็หนื่อยกับงานที่ต้องออกไปช่วยบิดาขายของ คิดต้องไปโรงเรียน กลับมา 5 โมงเย็นต้องรีบไปเก็บร้านกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไป 2 ทุ่มครึ่ง บางทีก็ 3 ทุ่ม กลับมาก็มาทำการบ้านต่อ กว่าจะได้นอนก็ 4 ทุ่มครึ่ง ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือและทบทวนบทเรียน  อาศัยแต่ความเข้าใจในห้องเรียนอย่างเดียว ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อนอยู่ดี

ช่วงนั้นเหนื่อยทั้งงานที่ร้าน เหนื่อยทั้งการเรียน บวกกับที่เห็นพ่อทำงานหนัก  เวลาทำงานเหงื่อของท่านจะไหลเต็มตัวไปหมด และที่ร้านก็ไม่มีช่วยงาน  ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจขอพ่อกับแม่ออกจากการเรียนมาช่วยที่ร้าน ช่วยอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ก็ออกมาทำงานข้างนอก  เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนขยันคงอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ แต่คิดไว้มันก็ไม่เหมือนฝัน ออกมาอยู่กับคุณยาย และออกหางานทำ แต่ก็มาโดนหลอกจากสำนักงานจัดหางานที่ไร้มนุษยธรรม ตรงนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนบ้านนอกหรือนักศึกษาซื่อ ๆ อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน  สมัยนี้มีแต่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ตอนนั้นถูกหลอกเงินไป 2,000 บาท น่าเจ็บใจจริง ๆ

จากนั้นก็หางานททำที่โรงงานแถวนั้นเป็นโรงงานพลาสติก ได้วันละ 70 บาท ช่วงนั้นค่าแรงขึ้นต่ำ 120 บาทต่อวัน  แต่ข้าพเจ้าต้องทำเพราะไม่ได้มีเงินกินข้าว ตอนนั้นรู้รสชาติเลยค่ะว่า คนตกงานลำบากขนาดไหน ข้าพเจ้าตั้งใจไว้เลยค่ะว่า ถ้ามีเงินมากพอจะตั้งเป็นโรงทานให้คนที่เขาไม่มีกินมากินกัน ถึงจะรู้ว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แต่ทุกท่านรู้ไหมคะว่า ใครเขาจะให้ข้าวเรากิน ตอนนั่งคิดว่าความขยันจะทำให้เราประสบความสำเร็จแต่เงินก็ไม่มีสักบาท ทำงานได้เงินมาก็หมดไปวันต่อวัน แถมค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินอีกเดือนละ 2,000 บาทจะเหลือเหรอคะ

ต่อสู้ชีวิตในโลกกว้างได้ระยะหนึ่ง ก็ตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ มาอยู่กับพ่อแม่  ตอนนั้นพ่อเริ่มศึกษาเกี่ยวกับฮวงจุ้ยแล้ว ตอนแรกพ่อทดลองแก้ไขที่ร้านซึ่งเป็นร้านขายส่งขนม ท่านเริ่มเอาลูกแก้วมาติดให้คานบ้าง ติดประตู้บ้าง ซึ่งไม่รู้เลยว่าที่คุณพ่อเอาลูกแก้วมาติดนั้นเป็นการแก้ฮวงจุ้ย เพราะท่านไม่เคยบอกวันไหน ที่พ่อว่างก็จะดูดวงให้บรรดาเซลล์ที่มาติดต่อขายของจนเซลล์แต่ละคนติดต่อใจ และมาเป็นประจำ ตอนหลังที่ร้านขายดีมากเนื่องจากว่า พ่อได้นำตู้ปลามาตั้งที่บ้านที่เราอาศัย  โดยตั้งตรงมุมมังกรเขียว  พอมาอีกวันพ่อก็เอาตู้ปลามาตั้งอีกแต่ตั้งที่มุมร่ำรวย  ปรากฎว่าวันนั้นขายดีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว  จนทุกคนในบ้านรู้สึกแปลกใจมาก ๆ จนทำให้รู้สึก เอ๊ะ!! วันก่อนขายของดีพอมาวันนี้ก็ยิ่งขายดีกว่าเดิมอีกรู้สึกเร็วทันใจดีจัง  หรือเพราะ บุญเก่าเราดีอยู่แล้ว เพราะคุณแม่จะทำบุญด้วยการตักบาตรทุกเช้า  จะสวดมนต์ทุกวัน  วันหนึ่งเกือบชั่วโมง  คงจะด้วยเหตุนี้ละมั้งที่มาส่งเสริมกัน ทำให้ยิ่งดีขึ้นและเร็วทันใจจนน่าใจหายจริง ๆ

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม  ดิฉันก็ยังไม่ค่อยเชื่อในศาสตร์นี้เท่าไรนัก และบอกตรง ๆ ว่า งง มาก และมาเชื่อก็ตอนที่ดิฉันมีลูกคนแรก ดิฉันให้ลูกนอนด้านหน้าตรงประตู  สว่นดิฉันจะนอนด้านในเพราะห้องมันแคบไม่รู้จะจัดอย่างไร ต่อมาลูกดิฉันเป็นโรคไส้เลื่อน  เวลาแกร้องมาก ๆ แกจะเกร็งและมีลูกแข็ง ๆ อยู่ข้างขา ข้าพเจ้าตกใจมากพาไปหาหมอหมอบอกว่าต้องผ่าตัด  ดิฉันตกใจมากและการผ่าตัดต้องใช้เงินมากแน่ ๆ จะเอาที่ไหน ดิฉันเริ่มกังวล

แต่พ่อบอกว่าที่ป่วยเพราะให้ลูกนอนตรงกับประตู ตามหลักฮวงจุ้ยเขาถือมาก คุณพ่อบอกให้คนมาช่วยยกตู้เสื้อผ้าใบมาตั้งกั้นระหว่างประตูทางเข้ากับที่นอน ดิฉันก็รู้สึกเฉย ๆ แต่ก็ตามใจท่าน

ต่อมาหลังจากนั้นไม่กี่วันลูกของดิฉันก็หายเป็นปกติ ไปหาหมอๆบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องผ่าตัด ดิฉันรู้สึกทึ่งมาก! ทำไมมันอัศจรรย์ขนาดนี้ ลูกข้าพเจ้าไม่ต้องผ่าตัด ดีใจจริง ๆ ค่ะ หลัง่จากนั้นก็เริ่มศรัทธา แล้วเริ่มศึกษาเจอหนังสือที่ไหนก็เอามาอ่านมาศึกษา ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพ่อ สิ่งหนึ่งที่พ่อบอกเสมอก็คือการแก้ฮวงจุ้ยถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นต้องทำบุญด้วย  เพราะสองสิ่งนี้จะส่งเสริมซึ่งกันและกันทำให้เราประสบความสำเร็จ

เมื่อลูกอายุได้ราว ๆ 2 ขวบครึ่ง กำลังน่ารักคนทั้งตลาดจะมาขออุ้มขอพาไป กินข้าวบ้าง บางทีก็ให้พาลูกของดิฉันไปเที่ยวบ้าง รู้สึกดีใจที่ทุกคนรักลูกของดิฉัน ประกอบกับช่วงนั้นดิฉันมุ่งทำงานทำไม่ค่อยได้ดูแลลูกเท่าไหร่  เขาก็จะเล่นอยู่ข้าง ๆ บ้าง หรือบางทีก็วิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ วันนั้นเป็นวันเกิดของพี่ชายเขาพาเพื่อนมากินเหล้ากันและเพื่อนพี่ชายก็พาเพื่อนมาด้วยคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้มารู้ที่หลังว่าเพิ่มทำงานวันแรกกับที่ทำงานพี่ชาย เขาก็พามากินเหล้ากัน

วันนั้นเจ้าเพื่อนพี่ชายคนนี้เขาบอกจะพาลูกดิฉันไปซื้อน้ำแป๊ปซี่  ดิฉันก็ทำงานอยู่ก็ไม่เห็นไม่รู้เอาลูกไปตอนไหน  ถามลูกน้องว่า ลูกดิฉันไปไหน เขาก็บอกว่าเพื่อนพี่ชายพาไปซื้อแป๊ปซี่ดิฉันก็ไม่คิดอะไร ก็คิดว่าเดี๋ยวก็กลับมา เวลาผ่านไป 2 ชั้วโมงก็ยังไม่มาอีก ดิฉันเริ่มเป็นกังวล รู้สึกไม่สบายใจแล้วก็บอกให้ทุกคนช่วยกันตามหา ตามเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

เวลานั้นคิดอะไรไม่ออกได้แต่ขอพรเทพเทวดาฟ้าดินได้โปรดช่วยดลใจให้คนที่เอาลูกของดิฉันไปกลับเอามาคืนด้วย ดิฉันร้องไห้จนน้ำตาจะสายเลือด ลูกก็ยังไม่กลับ เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงเหมือน 1 ปี คุณผู้อ่านอาจจะคิดว่าดิฉันพูดเวอร์ไป แต่มันคือความจริง ส่วนสามีดิฉันก็ไปตามหาที่โรงงานของพี่ชายก็ไม่ได้เรื่อง จนฟ้าสางดิฉันตั้งใจจะไปหาหลวงพ่อเจริญที่วัดเพื่อให้ท่านได้นั่งทางในว่าลูกดิฉันยังมีชีวิตอยู่หรือถูกขายไปแล้ว

จนกระทั่งประมาณ 9 โมงเช้า ก็ทราบว่าคนร้ายได้มาที่โรงเรียน แต่ยามไม่ยอมจับไว้ให้ ถามแต่ว่าเอาลูกของดิฉันไปไว้ไหน คนร้ายตอบว่า คนร้ายได้เข้าห้องน้ำที่หมอชิต พอออกมาก็ไม่เจอลูกดิฉันแล้ว ดิฉันได้ยินแทบขาดใจ จึงรีบบึ่งมาที่หมอชิต ถามยาม ถามตำรวจ ถามประชาสัมพันธ์ ว่าเห็นลูกดิฉันหรือเปล่า ไม่มีใครรู้ว่าลูกดิฉันอยู่ไหนกรรมของดิฉันหรือไรที่ต้องมาเจอเคราะห์กรรมอย่างนี้

พ่อของดิฉันยิ่งไม่สบายใจท่านได้ไปปล่อยปลาหลายร้อยตัวแล้วอธิษฐานให้หลานของท่านได้กลับมาแล้วท่านก็ได้จับยาม 3 ตาดูว่าลูกดิฉันอยู่ที่ไหน ในคำพยากรณ์นั้นลูกอยู่ในสถานที่รกร้านเป็นทุ่งหญ้าใกล้โรงงานเก่า และตอนนี้อยู่กับผู้หญิงลักษณะผมหยิก ๆ ผิวดำแดง หลั้งจากนั้นพ่อก็ช่วยสะกดจิตสร้างภาพว่าหลานได้กลับมาแล้ว และมีคนโทร.มาติดต่อ มีคนมาบอกที่อยู่ของลูกของดิฉัน นอกจากพ่อแล้วทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจสะกดจิตสร้างภาพให้ลูกของดิฉันกลับมาด้วย ในตอนนั้นดิฉันไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้ว ถ้าเกิดไม่ได้ลูกกลับมาดิฉันคงจะกลายเป็นบ้าแน่นอน เพราะจิตใจตอนนั้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย และ พ่อดิฉันก็ได้นำสิงห์คาบดาบขึ้นไปติดโดยหันไปทางพุ่งผ่านมาที่ร้านและติดเพิ่มอีกจนครบ 4 ทิศ และก็ให้คุณแม่ทำน้ำมนต์พรมที่ร้านอธิษฐานให้หลานกลับมาเร็ว ๆ

เวลานั้นดิฉันเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก มีแต่พ่อที่ให้กำลังใจ ท่านบอกว่าดิฉันว่ายังไงซะเขาเป็นลูกเรา เขาต้องกลับมาและพ่อเองก็ได้แก้ฮวงจุ้ยและสะกดจิตสร้างภาพแล้ะทำตามกำลังความสามารถที่จะทำได้แล้ว และ ถ้าเขามีบุญเขาจะได้กลับมาอยู่กับเราแน่นอน ไม่ต้องห่วง

หลังจากนั้นท่านผู้อ่านเชื่อไหมค่ะ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม มีคนเดินมาบอกว่าเขาฟัง จ.ส. 100 อยู่ ทางรายการได้บอกว่ามีเด็กอายุราว ๆ 2 ครึ่งได้หลงมาอยู่พื้นที่ว่างเปล่าที่เขาไม่ใช้แล้วและมีคนแถวนั้นคอยดูแลให้ มีลักษณะเหมือนกับลูกของดิฉันมาก ดิฉันดีใจรีบ
โทร.ไปถามที่ จ.ส. 100 เขาได้ให้เบอร์ของคนดูแล ดิฉันก็รีบโทร.ไปติดต่อดิฉันถามว่า เขาใส่เสื้อกล้ามใช้ไหม ใส่สร้อยพระแก้วมรกต และมีห่วงเงินอยู่ที่ข้อเท้าใช้หรือไม่ เขาบอกว่า ใช่ ดิฉันดีใจมากแต่ก็ยังไม่แน่ใจจึงขอคุยกับลูกทางโทรศัพท์ เขาก็ถามว่า ลูกของดิฉันพูดโทรศัพท์ได้หรือดิฉันบอกว่าได้ เขาก็ให้ลูกดิฉันพูดโทรศัพท์ ดิฉันถามลูกว่าใช่ธนหรือเปล่า (เขาชื่อธน) ธนนี่แม่นะ ลูกดิฉันตอบกลับมาว่า "แม่" ดิฉันได้ยินเสียงก็จำได้ว่าใช่แน่ ๆ เลย แล้วทางโน้นก็มาพูดโทรศัพท์ต่อ ดิฉันก็ขอที่อยู่และก็ไปรับลูกดิฉันจำได้ว่า ช่วงเวลานั้นมันช่างแสนทรมานที่สุดในชีวิต แต่ทุกอย่างก็ได้คลี่คลายไปในทางที่ดี

ด้วยบุญบารมีรวมทั้งศาสตร์เร้นลับของฮวงจุ้ยที่ได้ช่วยกันส่งเสริมให้ลูกดิฉันได้กลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้งหนึ่ง นี่ล่ะค่ะที่ฉันทึ่งกับความหัศจรรย์ของฮวงจุ้ย และรู้ซึ่งถึงความรักที่พ่อ-แม่มีต่อลูก ทำให้ฉันยิ่งเคารพและรักพ่อแม่ของฉันเป็นร้อยเท่าทวีคูณ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

อาจารย์อัปสร คลังเงินตรา


ประวัติ อ.อัปสร คลังเงินตรา